2008/Feb/11

ขนาด film: 35 มม. ขนาด frame: 24 x 36
จำนวนภาพ : 36 ภาพ
เลนส์ : Triplet 43 / 40mm, f/4
ระยะโฟกัส : 1 ม. จนถึง infinite (หนึ่งมือเอื้อม จนถึง ดอยสุเทพ)
ความเร็ว Shutter : B, 1/15, 1/30, 1/60,1/125, 1/250
ขนาดรูรับแสง : f/4, f/5.6, f/8, f/11,f/16
การอ่านค่า : ISO DX code 100 / 400

 อันนี้คือน้อง 8M สุดที่รักของเรา ที่จริงซื้อมานานแล้วล่ะแต่เพิ่งจะเอามาลงให้blog ^__^


สุดยอด len แก้วสามชั้นซ้อน ที่ให้คอนทราสต์สูงสีสันโดนใจ บางอารมณ์จะให้ภาพที่นุ่มนวลฟุ้งฝัน แต่บางอารมณ์กลับยอมรับในความคมกริบ ของภาพคมชัดไปถึงยอดเขาไกลโพ้น เลยทีเดียว โดยทีมเอนจิเนียผู้ผลิตเลนส์ให้ LC-A อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวlomo่นั่นเอง


วงแหวนเหล็กกล้าท้ามฤตยู ที่ระบุความไว shutter ในรูปแบบกราฟฟิก ที่เข้าใจง๊ายง่าย ช่วยทำให้เราใช้งานเค้าง่ายขึ้นเยอะ


PC connection สำหรับใส่ flash เพิ่ม อาศัยสาย sync เป็น ตัวเชื่อมต่อระหว่าง flash กับ shutter
(แถวฝั่งตรงข้ามเซ็นฯลาดพร้าวมีขาย ราคาประมาณ 150 บาท)


ระบบ shutter ที่สามารถถ่ายภาพซ้อนได้อย่างทันใจ shutter ของ 8M จะไม่ล็อคบังคับให้ถ่าย frame ต่อไปเหมือนกล้องอื่นๆ มันเปิดโอกาส ให้เราเลือกที่จะเลื่อนถ่าย frame ต่อไป หรือกดอีกสักทีสองทีเพื่อ double ก็สามารถทำได้

 special thanks : www.lomothai.com

 

 

2006/Apr/01

Cold heart

Part 3 ความทรงจำในวัยเด็ก

หลังจากที่หญิงทอผ้ากลับไปแล้วนั้น กษัตริย์หนุ่มที่บาดเจ็บได้คิดตริตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนว่าทำไมเรื่องเช่นนี้จึงเกิดขึ้นได้ การที่ตนปกครองอาณาจักรด้วยความไร้หัวใจและมีพลังเวทย์อันหมาศาลนั้นผิดด้วยหรอ พระองค์คิดอยู่นานและก็มีบางสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวที่พระองค์ลืมเลือนไปแล้วนั่นก็คือต้นตอของสิ่งที่ทำให้พระองค์เป็นคนที่ไร้หัวใจและคำสอนของพระบิดา คำสอนของพระบิดาที่เคยตรัสกับพระองค์ในสมัยเมื่อยังทรงเยาว์วัย ว่า

ลูกเอ๋ย เจ้าเกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อันยิ่งใหญ่มากกว่าผู้ที่มีเวทย์มนตร์อื่นๆในโลกนี้ลูกเป็นผู้ที่หาใครเทียบเทียมได้ยากยิ่งเจ้าจะต้องกลายเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าพ่อได้แน่ แต่ลูกอย่าลืมล่ะแม้ว่าจะมีพลังอำนาจมากแค่ไหนก็มักจะมีผู้ที่อิจฉาริษยาและคิดที่จะโค่นล้มลูกอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นลูกจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีหัวใจเป็นนักปกครองต้องรู้จักรักประชาชนและเอื้อเฟื้อแก่ทุกคนรอบข้างจงใช้ความจริงใจของลูกแลกความจริงใจของคนอื่นเพราะคนเหล่านั้นจักเป็นพลังคอยช่วยลูกได้ในยามที่ลูกนั้นลำบาก

ในที่สุดพระองค์ก็รู้แล้วว่าคำสอนของพระบิดานั้นเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ พระองค์หลับตาลงนึกถึงคำสอนของพระบิดาทั้งน้ำตาและเผลอหลับไปในขณะที่หลับนั้นเองเรื่องในอดีตของพระองค์ก็หวนลำลึกขึ้นมาเป็นความฝัน เรื่องในสมัยที่พระองค์ยังเยาว์วัยยังเป็นเด็กน้อยน่ารักสดใส ในสมัยที่พระองค์ยังเด็กนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีแตกต่างจากเชื้อพระวงศ์องค์อื่นๆ เพราะพระองค์เกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อันมหาศาลซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เป็นที่ริษยาของเชื้อพระวงศ์องค์อื่นๆ ที่เกิดมาไม่มีพลังเวทย์หรือแม้แต่ที่เกิดมาพร้อมพลังเวทย์ก็ตามแต่พระองค์ก็หาได้สนใจสิ่งเหล่านั้นไม่ใช้ชีวิตสนุกสนานตามประสาเด็กไปเรื่อย จนกระทั่งวันหนึ่งพระองค์ได้หนีออกจากราชอาณาจักรที่พระองค์อาศัยอยู่ด้วยความเบื่อหน่ายที่ไม่มีใครอยากเล่นกับพระองค์และด้วยความที่ว่าพระองค์ทำอะไรก็ตามมักจะเป็นที่ริษยาของคนรอบข้าง พระองค์หนีออกไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งและได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่ง เด็กหญิงคนนั้นหน้าตาดูเศร้าสร้อยใบหน้าของเธอเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา พระองค์จึงหยุดมองและเดินเข้าไปถามกับเด็กหญิงคนนั้นว่า

เธอเป็นอะไรหรอทำไมถึงหน้าตามอมแมมแบบนี้แถมเธอยังร้องไห้อีก เธอโดนใครรังแกมาหรอ

ฮือ ฮือ เราไม่ได้โดนรังแกหรอกเพียงแต่ไม่มีใครอยากเล่นกับเราทุกคนหาว่าเราเป็นตัวซวยเล่นอะไรกับเราก็มีแต่เรื่องราวทำให้หมดสนุก อีกทั้งยังเบื่อที่เราชอบถามโน้นนี่อยู่เรื่อยๆทำให้ไม่มีใครอยากเล่นกับเราเลย ฮือ ฮือ เด็กหญิงที่หน้าตามอมแมมเอาแต่ร้องไห้ตอบกลับพระองค์ทั้งน้ำตา

เมื่อพระองค์ได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนว่า

อย่าร้องไห้ไปเลยเราก็ไม่ต่างอะไรจากเธอหรอกไม่มีใครอยากเล่นกับเรามีแต่คนอิจฉาริษยาเราด้วยที่เราเกิดมามีพลังเวทย์อันมหาศาลและไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะโดดเด่นกว่าคนอื่นๆรอบข้างทำให้ไม่มีใครอยากเล่นกับเรา

เด็กหญิงเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกแปลกใจและสงสัยในตัวเด็กหนุ่มคนนั้นยิ่งนักว่าแค่มีพลังเวทย์กับทำอะไรก็โดดเด่นกว่าคนรอบข้างแค่นี้ทำไมถึงไม่มีคนยอมเล่นด้วยอีกทั้งเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มสวมใส่ก็แตกต่างจากเสื้อผ้าที่เหล่าชาวบ้านและพ่อค้าใส่ๆกันทำให้เธอสงสัยยิ่งนัก

เธอดูไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปเลยเธอมาจากไหนหรอเด็กหญิงถามเจ้าชายน้อย

เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยความสัจจริงว่า

เรานั้นเป็นรัชทายาทของราชอาณาจักรแห่งนี้

เมื่อเด็กหญิงได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกตกใจอย่างมากที่รัชทายาท อันสูงส่งมาพูดคุยกับตนและเริ่มที่จะวางตัวไม่ถูก แต่ทันใดนั้นองค์ชายน้อยก็บอกกับเด็กหญิงคนนั้นว่า

ทำตัวตามปกติเถอะเราไม่ถือสาอะไรหรอก

ในเมื่อเธอเองก็ไม่มีเพื่อนเล่นงั้นต่อไปเราเป็นเพื่อนเล่นด้วยกันได้ไหมล่ะ พระองค์พูด

เด็กหญิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแก้มปริที่ในที่สุดก็มีคนมาเล่นกับตนด้วยแม้ว่าจะเป็นรัชทายาทก็ตาม

แล้วเธอชื่ออะไรล่ะเราจะได้เรียกถูกองค์ชายถาม

เราชื่อ เรนัส เซเรนัส เรียกสั้นๆว่า เรน ละกันเธอล่ะชื่ออะไรเด็กหญิงพูด

เราหรอชื่อ ชาร์ แอสนาเบล

งั้นตั้งแต่นี้เราเป็นเพื่อนเล่นกันนะสัญญานะ เจ้าชายน้อยกล่าว

อือสัญญา เด็กหญิงตอบ

หลังจากนั้นองค์ชายน้อยก็กลับไปยังราชอาณาจักรของตนพร้อมกับความดีใจที่ได้เพื่อนใหม่แม้ว่าฐานะของทั้งสองจะแตกต่างกันก็ตาม

2006/Apr/01

Cold heart

Part 4 จุดเริ่มต้นของความรักเด็กหนุ่มสวมใส่ก็แตกต่างจากเสื้อผ้าที่เหล่าชาวบ้านแม้แต่พ่อค้าใส่ๆกันพระองค์ทั้งน้ำตา ฮือ ฮือ ไม่มีใค

ไม่ว่าจะมีเรื่องทุกข์ร้อนอันใดก็ตาม ชาและเรนก็คอยช่วยเหลือกันและกันและเป็นกำลังใจให้กันเสมอจนวันเวลาของทั้งสองล่วงเลยจากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาวจากเด็กที่เคยวิ่งเล่นเคยพูดคุยกันมีอะไรก็บอกกันตรงไปตรงมา แต่วันนี้มีบางสิ่งเริ่มเปลี่ยนไปในตัวเจ้าชายและตัวเรนเองนั่นคือ การที่คนทั้งสองเริ่มมีความรักให้แก่กันและกันความรู้สึกนี้นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดวันนั้นก็มาถึงวันที่สำคัญวันหนึ่งในชีวิตของพระองค์และเรน เช้าวันนั้นพระองค์และ เรน ก็มาพบปะพูดคุยกันเหมือนทุกๆวันตรงเชิงเขานอกหมู่บ้านใต้ร่มไม้ใหญ่ แล้วเจ้าชายหนุ่มก็รวบรวมความกล้าพูดออกไป

เรน คือ คือว่า คือ

ใบหน้าของเจ้าชายหนุ่มเริ่มแดงก่ำ ท่าทางเคอะเขินเจ้าชายหนุ่มนิ่งเงียบไป

พูดมาซิ เรนรอฟังอยู่

เรนพูดด้วยใบหน้าที่มีแต่ความสงสัยในคำพูดของเจ้าชายหนุ่ม พระองค์รวบรวมความกล้าอีกครั้งแล้วพูดกับเรน

คือว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เราไม่แน่ใจว่าท่าพูดออกไปแล้วเรนจะยังเป็นเหมือนเดิมหรือเปล่า เรากลัวว่าหากบอกไปเรนจะไม่เหมือนเดิมอีก

เมื่อ เรนได้ยินดังนั้นก็พูดตอบกลับไปว่า

ไม่ว่าสิ่งที่จะได้ยินคืออะไรก็ตามที เรนสัญญาว่าจะเป็นเรนคนเดิมสำหรับชาร์นะ

เมื่อได้ยินดังนั้นพระองค์ไม่มีอะไรที่ต้องหวาดกลัวอีกแล้วพระองค์เปล่งวาจาออกไปตามที่หัวใจเรียกร้อง

เรน ชาร์รักเรนนะเรนจะคบกับชาร์ได้ไหม

ทันใดนั้นหน้าของเรนเริ่มแดงก่ำ มีท่าทางเคอะเขินแต่ด้วยที่ว่าเรนกับชาร์นั้นมีฐานะที่ต่างกันอย่างมากเรนคิดและพูดกับชาร์ว่า

เรนก็ดีใจที่ชาร์มาบอกรักเรนแต่ว่าสิ่งที่ชาพูดมันก็เหมือนสายลมที่พัดผ่านไปทุกวันๆซึ่งยากนักที่เรนจะเชื่อมั่นในคำพูดของชาร์ได้แม้ว่าเรนอยากจะเชื่อในคำพูดแต่มันก็แค่คำพูดของคนๆนึงที่สามารถที่จะถอนกลับไปได้เสมอ

เจ้าชายหนุ่มเมื่อได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปหาเรนโดยที่เรนยังไม่ทันตั้งตัวสองมือของพระองค์จับแขนทั้งสองข้างของเรนไว้มั่น พระองค์จ้องมองใบหน้าของเรนที่แดงก่ำมองลึกเข้าไปในแววตาของเรนที่หวาดหวั่นในคำพูดของพระองค์แล้วบางสิ่งก็เกิดขึ้นพระองค์บอกกับเรนด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนว่า

เมื่อสมัยเด็กเรนยังจำได้ไหมที่เรนสงสัยในตัวของชาร์ที่ว่าแค่มีพลังเวทย์แค่นี้ทำอะไรก็โดดเด่นกว่าคนทั่วไปทำให้ไม่มีคนเล่นกับชาร์เลยชาร์มีพลังเวทย์จริงๆหรอ เรนจึงขอชาร์ให้ทำสิ่งหนึ่งตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็น เรนขอให้ชาร์ทำให้หิมะตกทั่วราชอาณาจักรของพระบิดาและทั่วโลกในช่วงที่เป็นฤดูร้อนแต่ชาร์ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ได้เพราะเกรงว่าหากชาร์ทำในสิ่งที่เรนขอไปนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อทุกสิ่งในโลกนี้ฤดูกาลอาจผิดเพี้ยนไปและอาจเกิดความแตกตื่นของผู้คนในความผิดแปลกของธรรมชาติ แต่วันนี้ชาร์ไม่กลัวสิ่งนั้นอีกแล้วชาร์จะพิสูจน์ว่าชาร์สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อนเรน

และแล้วพระองค์ก็ยกมือขึ้นไปบนฟ้าเริ่มร่ายคาถาและแล้วหิมะก็เริ่มตกลงมาพร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆข้างหูของเรน ที่บอกว่า

ชาร์ไม่อาจจะทำให้หิมะตกทั่วโลกได้ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกับสมัยเด็กแต่ชาร์สามารถทำให้หิมะตกแค่ที่ที่เราสองคนยืนอยู่แทนได้เท่านั้น

ทันใดนั้นเรนก็โผเข้ากอดเจ้าชายหนุ่มโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวกอดพระองค์อย่างแนบแน่น

เรนเชื่อในคำพูดของชาร์แล้วล่ะไม่ว่ารักของเราจะเป็นรักต้องห้ามแต่เรนก็ไม่สนอีกแล้วที่จะทำตามหัวใจที่เรียกร้องเหมือนกับชาร์

และแล้วทั้งสองก็กอดกันภายใต้หิมะที่ตกลงมาบริเวณที่ทั้งสองคนยืนใต้ร่มไม้ใหญ่ หลังจากนั้นเจ้าชายหนุ่มก็กลับไปยังปราสาทของพระองค์ด้วยใบหน้าที่เอิบอิ่มกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ พร้อมกับความคิดที่ว่าถ้าพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อไหร่พระองค์จะยกเลิกประเพณีที่กษัตริย์ต้องแต่งกับเจ้าหญิงเท่านั้นแต่พระองค์หาได้บอกสิ่งนี้กับเรนไม่ และแล้วความรักของคนทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้นบนความต่างของฐานะของทั้งคนสองคน