2004/Dec/21

สวัสดี..... คุณผู้อ่านที่ร้ากกกกกกกของผมทุกท่านนะค้าฟฟฟ

คิดถึงคุณผู้อ่านทุกท่านจริงๆเลย อ๊ายยยยยยยยย = 3=

ในที่สุดกระผมก็สลัดนังไวรัสเวรออกไปจากชีวิตได้แล้วขอรับ วะฮ่าๆๆๆๆ

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่เป็นห่วงเป็นใยกระผมขอรับ

ทราบซึ้งใจจริงๆ เป็นปลื้มไปเลยนะขอรับ = 3= ร้ากกกกกกท่านผู้อ่านที่สุดเลย จุ๊บๆ

ขอบคุณเจ้นิว ที่มาเยี่ยมเหอๆ (มิน่า วันไม่สบาย ตอนนอน กึ่งๆเหมือนโดนผีอำ (ล้อเล่นนะฮะ) )

และทุกๆท่านที่มา comment ให้กระผมหายไวๆนะจ๊ะ = 3= ร้ากกกกกกกกกจริงๆเลย

และระหว่างที่ลาพักไปยาวววววววววววววว..........(ยาวมาก) ก็ได้แอบไปงานแต่งงานมา

เลยอยากเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการแต่งงานมาฝากนะขอรับ

เริ่มกันเลยดีกว่า


คนร้อยเอ็ดเรียก พิธีแต่งงานว่า "พิธีกินดอง" =[]=

เงื่อนไขการแต่งงาน

การแต่งงานจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ปี บริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการแต่งงานก่อนนั้นได้

การแต่งงานจะกระทำมิได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคล ซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

ชายหญิงซึ่งเป็นญาติสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาก็ดีจะแต่งงานกันไม่ได้
โดยให้ถือความเป็นญาติตามสายโลหิต ไม่คำนึงว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรมจะแต่งกันกันไม่ได้

ชายหรือหญิงจะทำการแต่งงานในขณะที่ตนมีคู่แต่งงานอยู่ไม่ได้

หญิงที่สามีตายหรือที่การแต่งงานสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการแต่งงานใหม่ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการแต่งงานได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน หรือคลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือแต่งงานกับคู่คนเดิม หรือได้มีใบรับรองของแพทย์ประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตรระบุไว้ว่าไม่มีครรภ์ตลอดจนมีคำสั่งของศาลให้ทำการแต่งงานได้

เงื่อนไขเกี่ยวกับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง (ตาม ม. 1436) มาตรา 1455 การให้ความยินยอมให้ทำการแต่งงานกระทำได้ แต่จะต้องมีการลงลายมือชื่อในทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรส และผู้ปกครองจะต้องทำเป็นหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผู้แต่งงานและผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายและลงลายมือชื่อของผู้ให้ความยินยอมด้วย สุดท้ายถ้าหากมีเหตุที่จำเป็น จะให้ความยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนก็ได้ ความยินยอมนั้นเมื่อเซ็นให้แล้วถอนไม่ได้

การหาฤกษ์

หนุ่มสาวที่รักใคร่ชอบพอกันจนกระทั่งตัดสินใจเข้าสู่พิธีแต่งงาน แต่ก่อนจะเข้าสู่พิธีแต่งงานจำเป็นจะต้องหาฤกษ์ยามเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว ดังนั้นญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายจะต้องเอา วัน เดือน ปี ไปให้ผู้เชี่ยวชาญทางดวงชะตา หรือไปให้โหรดูว่าจะเหมาะสมกันหรือไม่ อยู่ด้วยกันแล้วจะเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมโทรม เมื่อเห็นว่าเป็นคู่ที่ไปกันได้หรือมีความเหมาะสมกันก็จะหาฤกษ์ที่จะให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันอย่างเจริญรุ่งเรืองตลอดไป โดยหาฤกษ์วันเวลาที่ยกขันหมาก ฤกษ์หมั้น ฤกษ์รดน้ำสังข์ และส่งตัวคู่บ่าวสาวไว้เรียบร้อย เพื่อสะดวกในการดำเนินงานตามพิธีการ และเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว เพื่อให้ครองคู่กันตลอดชั่วชีวิต ถือไม้เท้ายอดทองตะบองยอดเพชร ส่วนมากมักจะแต่งกันในเดือนคู่ เพื่อจะได้อยู่คู่เคียงกันตลอดไปนั่นเอง ยกเว้นเดือน 12 จะไม่นิยมแต่งงานกันในเดือนนี้ เพราะเป็นเดือนที่สุนัขมันติดสัดกัน และถ้าเป็นข้างขึ้นถือว่าดีกว่าข้างแรมเพื่อให้ชีวิตจะได้เจริญรุ่งเรืองสว่างไสว แต่บางทีก็จะแต่งงานกันในเดือน 9 ถือเคล็ดถึงความก้าวหน้า และเดือนที่นิยมแต่งงานกันมากที่สุดก็คือเดือน 6 เพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน อาจเป็นเพราะบรรยากาศช่วยเป็นใจมากกว่าในฤดูอื่น และเป็นต้นฤดูทำการเพาะปลูกของคนไทย ซึ่งหนุ่มสาวจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยการสร้างฐานะร่วมกัน

การเตรียมขันหมาก

*ขันหมากเป็นสิ่งที่เอาไว้หมั่นฝ่ายหญิง แน่นอนฝ่ายหญิงก็อยากได้แหวนเพชรน้ำงาน หลายๆกะรัตแน่นอน กระผมเลยได้นำความรู้เรื่องขันหมากมาให้

ทางคุณผู้ชายได้คิดก่อนว่าตัวเองต้องเตรียมอะไรไปขอสาวจ้าวมั่ง ไปแบบเอ๋อ!ๆ มีหวัง โดน กระโดดเตะออกนอกบ้านแน่ๆ วะฮ่าๆๆ*

ขันหมากเอก จะจัดเป็นขันเดี่ยวหรือขันคู่แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่นส่วนใหญ่จะมีขันใส่หมากพลู ขันใส่เงินทองหรือสินสอด และขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ฯลฯ ส่วนใหญ่จะดูความหมายที่เป็นมงคล และนิยมจัดเป็นคู่ จะทำให้ดูสวยงามและเป็นมงคลโดยถือเคล็ดจากคำว่า คู่ นั่นเอง สำหรับประเพณีทางบ้านของผู้เขียน คือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขันใส่สินสอดจะแยกเป็น 2 ขัน คือขันใส่เงิน ซึ่งจะมีเงินค่าน้ำนม จะห่อหรือใส่ถุงก็ได้ 49 บาท กับขันใส่ทองหรือสร้อยกำไล และแหวนหมั้น รวมกับขันใส่หมากพลู และขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล จะเป็นทั้งหมด 4 ขัน

ขันหมากโท ได้แก่ พวกของที่ใช้เป็นอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่น ๆ เช่น เหล้า ต้นกล้วย ต้นอ้อย นิยมจัดเป็นคู่ ๆ เช่นเดียวกัน มีการนำกระดาษสีแดงมาประดับตกแต่งให้สวยงาม แต่ประเพณีบางแห่งก็จะไม่เอาอาหารซึ่งอาจจะเป็นหมูสามชั้น และขนมที่ใช้ในงานแต่งงาน เพราะเอาความสะดวกจะไม่ค่อยเคร่งนัก แต่ที่ขาดไม่ได้คือเหล้า ต้นกล้วย และต้นอ้อย

ในวันแต่ง เจ้าบ่าว และเพื่อนพร้อมขบวนขันหมากจะไปถึงบ้านเจ้าสาว เมื่อไปถึงจะพบกับการกั้นประตูตามประเพณี โดยฝ่ายหญิงจะจัดญาติ ลูกหลาน หรือเพื่อนเจ้าสาว มากั้นเป็นด่านประตู 4 ด่าน มีประตูเงิน ประตูทองอย่างละคู่ หรือจะใช้เพียง 2 ประตูก็ได้ โดยใช้เข็มขัดเงินและสายสร้อยทองคำกั้น จะมีผู้กล่าวนำซักถามกันตามประเพณี จึงจะปล่อยเจ้าบ่าว และขบวนขันหมากให้ผ่านด่านประตูเข้าไป สุดท้ายก่อนจะเข้าไปในบ้านหรือขึ้นบันไดบ้านก็จะมีเด็ก 2 คนที่ฝ่ายหญิงจัดไว้ให้พรมน้ำที่เท้าเจ้าบ่าว แล้วเจ้าบ่าวจะต้องจ่ายเงินให้ด่านประตูทุกด่านจนกระทั่งถึงการพรมน้ำที่เท้าเป็นอันเสร็จพิธีขบวนการแห่ขันหมาก เมื่อเข้าไปในบ้านเจ้าสาวก็จะมีการรับขันหมากตามประเพณี ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องจ่ายให้คนที่อุ้มขันหมากเอกและขันหมากโทด้วย แต่เน้นให้เงินขันหมากเอกมากกว่า

โอ้วววว การแต่งงานทำไมมันช่าง =[]= วุ่นวายงี้เนี้ย (พาหนีดีกว่ามั้ย หิหิ)

คราวหน้ากระผมจะมาสารต่อด้วย พิธีรดน้ำ และ อะไรที่จะหาได้มาเพิ่มอีกนะขอรับกระผม

สวัสดี....

special thank http://www.thaifolk.com/doc/wedding.htm

แก้ไขเมื่อ 21/12/2547 19:04:08

Comment

Comment:

Tweet


ปะหลุ่ย ซิงมอง
#14 by Art of Life (203.156.52.41) At 2004-12-28 13:13,
ขอบคุณง้าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ


ที่ยังจำวันเกิดผมได้



ขอบคุณจริงๆ


รักหนูนะ ขอบคุณอีกครั้ง
#13 by กระต่ายผัดขิง At 2004-12-26 16:06,
*** ( มา ) นุช ***

เค้า ๆ ๆ ๆ อยากจะบอกตะเองว่า...ว่า.............


" h -a - PP- y B- iR-t -h - d ay " 24 / 12 / 04


น๊าจ๊า~~~~........... ^ ^


/// อ่ะ ขอให้มานุชมีฟามสุขนะ

/// นุช ha-pp-y เค้าก้อ ha-pp-y


* ไปและน๊า~ จุ๊บ จุ๊บ...... *
#12 by http://ha-nhoo-.storythai.com....หนูผู้น่าร๊ากกกกกกก (61.91.97.65) At 2004-12-26 00:05,
วู้วว...ความรู้อีกแล้ว สู้บลอคไร้สาระแบบเราไม่ได้ฮ่าฮ่า

ไวรัสมันทำให้ได้อ่านหนังสือไงละ = =
สู้ๆโชคดีในการสอบ
#11 by gojee (203.148.252.233) At 2004-12-25 18:32,
ไวรัส อ่านหนังสือสอบหรือเปล่าครับ ^^!
#10 by Lockheart : PremiumHeart At 2004-12-24 10:32,
learning online :)
#9 by \=+=[~MasKoto~]=+=/ At 2004-12-23 17:35,
อารมดีจัด มาลงบลอกเงี้ย คิดงัยเนี่ย -*-
#8 by เบน (61.90.118.10) At 2004-12-22 20:35,
รู้สึกทำเรื่องนี้แล้วไม่ตรงกลุ่มเป้าเลย
ไว้จะปรับปรุงงัฟ = =a
#7 by กระต่ายผัดขิง At 2004-12-22 17:44,
อืม ... ความรู้รอบตัว
อืมนะ หายไปนานนิ...พูดถึงเรื่องแต่งงาน เรายังไม่ถึงวัยอ่ะ เลยไม่สนใจ :p
#5 by ||*Just JaZZ*|| At 2004-12-21 21:19,
หายไปเป็นชาติ กลับมารู้สึกแปลกๆ หัวไปโขกอะไรมารึเปล่าบัน!!!! =[]="
#4 by AERIAL RAVE At 2004-12-21 21:02,
ยังไม่วัยที่ต้องคิดเรื่องนี้ว่ะ

ต้อนรับการกลับมา
.
#3 by Catkun At 2004-12-21 20:27,
ตอนแรกหา คอมเม้นไม่เจอเกือบจะไม่ได้เม้นแล้วนะเนี่ย ^^ สีหวานแหววจัง
#2 by MIKI (61.91.110.190) At 2004-12-21 19:20,
ok . ผมดูไม่เปนอ่ะฮะขอโทดทีนะ
#1 by oui (61.90.9.39) At 2004-12-21 19:08,