2006/Mar/20

Cold heart

Part 2 การพบกันของโชคชะตา

หลังจากที่กษัตริย์หนุ่มได้กระโดดลงมาจากหน้าผาลงมายังป่าทึกด้านล่างก็เป็นเวลารุ่งสางแล้วค่ำคืนที่ล่วงเลยผ่านไปนั้นเหมือนดังฝันร้ายของกษัตริย์หนุ่มที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนยามรุ่งอรุณที่แสงแดดสาดส่องต้องผืนป่าทึบลงมานั้นมีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ในป่าเธอนั้นมีอาชีพเป็นสาวทอผ้าอยู่ที่หมู่บ้านใกล้เคียงในราชอาณาจักรแห่งนี้ เธอเดินเล่นอยู่ในป่ายามเช้าโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอจะประสบพบเจอนั้นจะทำให้อนาคตของเธอนั้นปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลหญิงทอผ้าเดินเล่นเข้าไปลึกขึ้นๆเรื่อยๆฟังเสียงเหล่านกร้องและเสียงใบไม้ไหว จนในที่สุดเธอก็ต้องมาหยุดนิ่งอยู่กับที่เพราะตรงหน้าเธอมีร่างของชายคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่ ร่างกายของเค้าเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งตัวอีกทั้งทั้งเสื้อผ้าของชายผู้นั้นก็ดูแปลกตาแตกต่างจากชาวบ้านหรือพ่อค้าทั่วหรือแม้แต่ขุนนางท้องถิ่นสวมใส่อยู่ หญิงทอผ้าตกใจในสิ่งที่ตนได้อยู่ครู่หนึ่งและเธอก็รวบรวมสติและเดินเข้าไปดูให้แน่ใจว่าเค้าตายหรือยงและแล้ว เมื่อนางได้ยื่นมือไปสัมผัสกับร่างของชายผู้นั้นก็ทำให้นางรู้ว่า เค้านั้นยังไม่ตาย นางจีงพาร่างที่อิดออดของชายคนนั้นไปยังถ้ำที่อยู่ใกล้ๆไม่ไกลจากจุดที่ชายคนนั้นตกลงมามากนักและทำการดูแลรักษาบาดแผลโดยหวังเล็กๆว่าการช่วยเหลือ
ของเธอนั้น อาจจะสามารถช่วยชีวิตของคนบางคนให้มีชีวิตรอดต่อไปได้แม้จะมองดูว่าเป็นไปได้ยากก็ตามที นางก็ดูแลชายคนนั้นอย่างตั้งใจโดยที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทนดูแลจากอาการที่สาหัสยากเกินการเยียวยาจนบาดแผลเริ่มดีขึ้น นางรักษาชายคนนั้นอยู่หลายวันจนในที่สุดเค้าก็เริ่มรู้สึกตัว กษัตริย์หนุ่มลืมตาขึ้นมามองไปยังรอบๆด้วยสายตาอันพร่ามัว และแล้วก็แลเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ข้างๆตน กษัตริย์หนุ่มมองนางอยู่พักหนึ่งจนสายตาที่มองปรับชัดยิ่งขึ้น นางเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสวย ผิวพรรณเนียนขาวเปล่งปรั่งดังผลไม้ที่กำลังสุกได้ที่ แก้มและริมฝีปากแดงก่ำเหมือนลูกเชอรี่ ผมยาวสลวย แลดูนุ่มประดุจเส้นไหมชั้นดีที่ใช้ถักทอเสื้อผ้าอาพรของเหล่ากษัตริย์ก็ไม่ปาน แม้จะได้ยินไม่ชั้นแต่น้ำเสียงที่ได้ยินนั้นก็เหมือนสายน้ำที่ชุ่มฉ่ำไหลรินลงมาจากเทือกเขาอันอุดมสมบูรณ์ฟังแล้วทำให้รู้สบายใจยิ่งนัก กษัตริย์มองดูหญิงสาวอยู่พักหนึ่งและถามกับนางว่า

เกิดอะไรขึ้นทำไมข้าถึงมาอยู่ในถ้ำแห่งนี้ได้ข้าจำได้เพียงแค่ว่าข้ากำลังหนีการตามล่าของคนกลุ่มหนึ่งอยู่จนมาถึงหน้าผาและพลัดตกลงมาจากหน้าผา"

แม้เรื่องที่เล่าให้นางฟังจะบิดเบือนไปบ้างแต่จะให้นางรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของพระองค์ไม่ได้ หญิงทอผ้าเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงเล่าว่าเธอนั้นเดินเล่นอยู่ในป่าและพบร่างของพระองค์นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ซึ่งนางคิดในตอนแรกว่าชายที่นอนบาดเจ็บอยู่ตรงหน้าคงจะสินใจแล้วแน่ๆเพราะดูจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับยากเกินที่จะต้านพิษบาดแผลไหวแต่แล้วด้วยความรู้สึกที่ว่าต้องการดูให้แน่ใจจึงเดินเข้าไปสัมผัสให้แน่ใจและก็ทราบว่าท่านนั้นยังมีชีวิตอยู่จึงตัดสินใจช่วยเหลือแม้จะเห็นโอกาสรอดที่น้อยนิดก็ตามที กษัตริย์มองดูแววตาและท่าทางของนางที่เป็นมิตรแล้วกล่าวขอบคุณที่นางได้ช่วยตนเอาไว้

ข้าขอบใจท่านจริงๆที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ข้าไม่มีอะไรจะตอบแทนท่านในเรื่องนี้เลยช่างน่าอายเสียจริง"

หญิงทอผ้ายิ้มและตอบกลับว่า

ไม่เป็นไรหรอกคนเราเมื่อเห็นผู้อื่นกำลังลำบากก็ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือจึงจะถูกจะนิ่งดูดายปล่อยเอาไว้เฉยๆได้อย่างไร"

และแล้วเวลาก็ผ่านเลยไปจนเย็น หญิงทอผ้าจึงขอตัวกลับไปที่หมู่บ้านก่อน

ในเมื่อท่านรู้สึกตัวแล้วข้าก็หายห่วงไปเปราะหนึ่งข้าจะทิ้งอาหารเอาไว้ให้ส่วนหนึ่งแล้วพรุ่งนี้ข้าจะนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ท่าน"

ก่อนที่นางจะกลับไปยังหมู่บ้านนั้นกษัตริย์หนุ่มได้เอ่ยกับนางว่า

ไม่ทราบว่าแม่นางชื่ออะไรพอจะบอกข้าได้หรือไม่"

ข้าชื่อว่า อัลติเชีย น็อคตั้น มีอาชีพเป็นสาวทอผ้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้ๆนี้ แล้วท่านล่ะชื่ออะไรรึ"
หญิงทอผ้ายิ้มและตอบกลับไปทันที

ชื่อของข้าคือ คือ ชาร์ แอสนาเบล"พระองค์ตอบ

จ๊ะ ชาร์ งั้นพรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมท่านใหม่นะ"

2006/Mar/17

Cold heart

Part 1 กษัตริย์นอกบัลลัง

นานมาแล้วในราชอาณาจักรแห่งหนึ่งที่ซึ่งเหล่าผู้มีอำนาจเวทย์มนตร์และคนธรรมดาทั่วไปอาศัยอยู่ร่วมกัน ณ อาณาจักรแห่งนั้นได้มีองค์ชายรูปหนึ่ง เป็นผู้ที่มีอำนาจเวทย์มนตร์มหาศาล ด้วยความสามารถอันนี้เองทำให้พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 20 พรรษา แต่ด้วยที่พระองค์เป็นคนที่ไม่มีหัวใจและเลือดเย็นไม่มีความรักให้กับสิ่งใด บัลลังที่พระองค์นั่งนั้นต่างแลกมาด้วยการหลั่งเลือดของเหล่าพี่น้องคนอื่นๆ การพลีชีพของเหล่าทหารและประชาชนมากมาย พระองค์ปกครองราชอาณาจักรด้วยความกลัวของประชาชน สิ่งใดที่ประสงค์อยากจะได้ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดแม้ต้องมีการสละชีพมากน้อยเพียงไร พระองค์ก็ไม่สนใจ เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยของแผ่นดินเลือดโดยแท้ ทำให้เหล่าขุนนางและเหล่าเชื้อพระวงศ์องอื่นเกรงว่า พระองค์จะนำพาราชอาณาจักรที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 400 ปี ต้องพังพินาศลงด้วยน้ำมือของพระองค์ เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์จึงได้ร่วมมือกันว่างแผนก่อกบฏขึ้นอย่างลับๆโดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การปลิดชีพของพระองค์เพื่อยึดอำนาจกลับคืนมา และแล้ววันหนึ่งแผนการที่เหล่ากบฏวางไว้ก็ได้เริ่มขึ้นในงานเลี้ยงยามค่ำคืนในวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ โดยเหล่าขุนนางได้เตรียมของขวัญพิเศษให้กับกษัตริย์เอาไว้นั้นก็คือ อัญมณีคู่บารมีของกษัตริย์ซึ่งกษัตริย์แต่ละรุ่นจะมีอัญมณีคู่บารมีเป็นสัญลักษณ์ประจำกายติดตัวตลอดทุกยุคสมัย แต่พระองค์หารู้ไม่ว่าอัญมณีคู่บารมีนั้นคือเครื่องพันธนาการการอย่างหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักเก็บพลังเวทย์มนตร์ของกษัตริย์ รางมรณะเข้าใกล้กษัตริย์หนุ่มทรงเยาอย่างไม่รู้ตัวและแล้วเมื่อพระองค์ได้สวมอัญมณีคู่บารมีทันใดนั้นการก่อกบฏก็ได้เริ่มขึ้นทันที เหล่าทหารมากมายถ่าโถมเข้ามาในท้องพระโรงที่จัดงานเลี้ยง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างชักอาวุธขึ้น กษัตริย์หนุ่มรู้สึกตกใจจึงได้กล่าวด้วยเสียงอันดังก้อง กับเหล่ากบฏ

"นี่คืออะไรกันพวกเจ้าทำอะไรรู้รีไม่ว่าการก่อกบฏของพวกเจ้านั้นจะทำให้พวกเจ้าหามีชีวิตรอดไม่"

เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ซึ่งในใจต่างหนักอึ้งด้วยความเกรงกลัวในอำนาจเวทย์มนตร์ที่มหาศาล ต่างนิ่งเงียบมีเพียงสายตาที่หวาดหวั่นว่าอัญมณีนั้นจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่ และเมื่อพระองค์เริ่มร่ายคาถาเพื่อต่อสู้กับเหล่ากบฏนั้นเอง พระองค์ก็ได้รู้ว่าพระองค์นั้นได้สูญเสียเวทย์มนตร์ไปแล้ว

นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเวทย์มนตร์ของข้าถึงใช้ไม่ได้

เหล่ากบฏต่างหัวเราะและพูดขึ้นว่า

เจ้าไม่สามารถที่จะใช้พลังเวทย์ของเจ้าได้อีกแล้วเพราะพวกเราได้กักพลังเวทย์ของเจ้าด้วยอัญมณีที่พวกเรามอบให้เจ้าไปยังไงล่ะ

เมื่อได้ยินดังนั้นกษัตริย์จึงรีบขว้างอัญมณีทิ้งไปแล้วร่ายเวทย์ใหม่อีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ เหล่ากบฏจึงรุดหน้าเข้าจับกุมกษัตริย์หนุ่มเหลือทางรอดเพียงทางเดียวคือการใช้ดาบฟาดฟันศัตรูฝ่าวงล้อมของเหล่ากบฏออกไป กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเอาชีวิตรอดออกจากท้องพระโรงวิ่งหนีออกจากราชอาณาจักรของตน พระองค์หนีเอาชีวิตรอดเข้าไปในป่าตรงเชิงเข้าที่อยู่ไม่ไกลนักโดยมีเหล่ากบฏไล่ตามหลังพระองค์มาอย่างประชั้นชิด จนในที่สุดทั้งกษัตริย์หนุ่มและเหล่ากบฏก็ได้มาหยุดอยู่ตรงเชิงหน้าผาอันสูงชัน เหล่ากบฏจึงกล่าวกับกษัตริย์ไร้บัลลังว่า

จงยอมจำนนแต่โดยดีแล้วท่านจะยังมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป

กษัตริย์เมื่อได้ยินดังนั้นก็มองดูสีหน้าและแววตาของเหล่ากบฏและพระองค์ก็ได้รู้ว่าแม้พระองค์จะยอมจำนนแต่พระองค์นั้นก็คงจะไม่แคล้วโดนจับสำเร็จโทษประหารเป็นแน่ พระองค์จึงเหลือบมองไปข้างหลังซึ่งเป็นเชิงผาซึ่งเบื้องล่างนั้นถูกปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ พระองค์ตัดสินใจทันที ว่าทางรอดทางเดียวของพระองค์ก็คือต้องกระโดดลงจากหน้าผาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และแล้วพระองค์ก็กล่าวกับเหล่ากบฏว่า

ข้าจะไม่มีวันยอมจำนนต่อพวกท่านเพราะถึงแม้ว่าข้าจะยอมจำนนแต่พวกท่านก็หารักษาคำพูดไม่ ข้าเป็นถึงกษัตริย์จะไม่ขอตายด้วยน้ำมือของเหล่ากบฏเยี่ยงนี้แน่

ว่าแล้วกษัตริย์ก็ตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าผาลงไปในป่ารกทึบอันมืดมิดฝากชีวิตของพระองค์เอาไว้กับโชคชะตาที่พระองค์เองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร

P.S.ข้อคำติชมหน่อยนะค่ะ ~>_<~ แล้วจะเอามาลงต่อ 3 วันครั้งค่ะ

story by : รัตติกาลแห่งความมืด


edit @ 2006/03/17 19:38:34
edit @ 2006/03/18 21:10:19

2006/Jan/01

Happy New Year 2006
ระกะไปน้องตูบมา
ขอให้แฮปปี้ดี๊ด๊า~~*
กันถ้วนหน้านะขอรับบบบบ
ไม่ไหวแล้ว นั่งทำ bg มาตั้งกะ 
เที่ยงคืน ออกมาได้แค่นี้ ไว้มาทำต่อนะขอรับ
ไปนอนล่ะ 
Happy Happy Happy